เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

วันที่ 6 สิงหาคม 2563 พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย กับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมี พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และคณะผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการกองทัพไทย เข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องนเรศวร กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

การลงนามในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย กับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาด้านกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้สามารถตอบสนองตามความต้องการของกองทัพไทย รวมทั้งเป็นการป้องกันอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเพื่อความมั่นคงสืบไป

ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่มีความประสงค์ให้กองทัพไทยมีขีดความสามารถและความทันสมัยในด้านเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ในการป้องกันประเทศ จึงได้มีการพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ.2562 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษา ค้นคว้า และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐและเอกชน ตลอดจนเป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐ

 การลงนามดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือที่จะส่งผลให้เกิดเป็นโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับและสนับสนุนภารกิจของเหล่าทัพ เป็นการเริ่มต้นในการนำนโยบายมาสู่แนวทางการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผลที่ได้รับจากการลงนามในวันนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันรัฐบาล ระดับกระทรวงและหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม เพื่อส่งเสริมให้ประเทศมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและมีระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีความเข้มแข็ง รวมทั้งเป็นการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในประเทศให้มีขีดความสามารถในการผลิตเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต