เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

11 ตุลาคม 2565 กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมี พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมทั้งผู้ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2565

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่เหล่าทัพ โดยให้ยึดถือนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ซึ่งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อสานต่อแนวทางการขับเคลื่อนประเทศภายใต้นโยบาย “รวมไทยสร้างชาติ” และการพัฒนาศักยภาพของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วน จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ การเสริมสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ การพัฒนากองทัพและการส่งเสริมการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติ สำหรับนโยบายเร่งด่วนของผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กำหนดเป็น 6 ด้าน ได้แก่ การพิทักษ์รักษา ปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ความสำคัญสูงสุดในการพิทักษ์รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย โดยเผยแพร่ สร้างความตระหนักรู้ รวมทั้งสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนดำเนินกิจกรรมตามโครงการจิตอาสาพระราชทานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง การป้องกันประเทศ มุ่งเน้นความเป็นปึกแผ่นของกองทัพไทย โดยพัฒนาขีดความสามารถอย่างเป็นเอกภาพ ได้แก่ การพัฒนาศูนย์บัญชาการทางทหาร ภายใต้แนวคิดระบบปฏิบัติการร่วม Joint Functions การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี การจัดการฝึกร่วมกองทัพไทยให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนและทุกหน่วยตามแผนป้องกันประเทศ รวมทั้งเน้นย้ำการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถด้านไซเบอร์และกิจการอวกาศอย่างต่อเนื่อง การรักษาความมั่นคงของรัฐ ให้ความสำคัญกับการบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางทะเล รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติให้ครอบคลุมในทุกด้าน การสนับสนุนรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนรัฐบาลในการจัดการประชุม APEC 2022 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในห้วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชน ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนตามกลไกของรัฐบาล การพัฒนาอาชีพการเกษตรให้กับประชาชน การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การปลูกไม้มีค่าในพื้นที่หน่วยทหาร รวมทั้งดำรงความต่อเนื่องการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถในการบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารกับต่างประเทศ มุ่งเน้นบูรณาการการกำหนดบทบาท ท่าที และแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศอย่างเป็นเอกภาพ รวมทั้งดำเนินความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจอย่างสร้างสรรค์และมีดุลยภาพ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและการเคารพหลักสากลระหว่างประเทศ การบริหารจัดการ เน้นย้ำการดูแลและพัฒนากำลังพล รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และดำรงความต่อเนื่องในการเปลี่ยนผ่านกองทัพไทยไปสู่ความเป็นดิจิทัลให้มีผลเป็นรูปธรรมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 
นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มงวด กวดขันวินัยและความประพฤติของกำลังพลในสังกัด ให้ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ด้วยการประพฤติปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังต่าง ๆ ทั้งในและนอกเวลาราชการอย่างเคร่งครัด ตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของทหาร/ตำรวจ มีความเสียสละ มุ่งมั่น อุทิศตนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ ยึดมั่นผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับเหล่าทัพและทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา ว่ากองทัพสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้ในทุกโอกาส เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นเกียรติยศอันภาคภูมิใจของเหล่าทหาร/ตำรวจทุกนาย