เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

12 ตุลาคม 2565 พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำตามลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล ณ กองอำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ส่วนหน้า) จังหวัดอุบลราชธานี

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบหลายจังหวัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากนั้น พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้กองทัพไทย ยังคงดำรงความต่อเนื่องในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้ทุกศักยภาพที่มีอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือประชาชนไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการกองทัพไทย เดินทางตรวจเยี่ยมกองอำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ส่วนหน้า) จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำตามลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล พร้อมทั้งเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองอำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ส่วนหน้า) โอกาสนี้ ได้มอบสิ่งของจำเป็น อาทิ เสื้อกันหนาว เสื้อชูชีพ ให้แก่กำลังพล เพื่อใช้สำหรับการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนด้วย

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชน อาทิ รถครัวสนามเคลื่อนที่ รถประปาสนาม และรถสุขาเคลื่อนที่ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย และตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนในการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร โดยกองทัพได้จัดรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ไปยังอำเภอเมืองอุบลราชธานี โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางไปยังท่าเรือชั่วคราวเชิงสะพานประชาธิปไตย เพื่อลงเรือท้องแบนไปมอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับประชาชนที่บ้านเรือนถูกตัดขาดจากกระแสน้ำ

นอกจากนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ยังให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างครอบคลุมทุกด้าน อาทิ การติดตั้งสะพานเครื่องหนุนมั่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรให้กับประชาชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดใกล้เคียง รวมการจัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในการให้บริการตรวจรักษาประชาชน โดยได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อายุ 76 ปี ซึ่งอาศัยในพื้นที่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่มีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง และถุงลมโป่งพอง ประกอบกับผู้ป่วยเป็นผู้พิการทางสายตา และหูหนวกทั้ง 2 ข้าง ทำให้ได้รับความยากลำบากในการดูแลสุขภาพ จึงได้นำผู้ป่วยออกจากพื้นที่เพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนแรด เพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วนต่อไป  

ทั้งนี้ กองทัพไทย ยังคงเคียงข้างพี่น้องประชาชน และดำรงความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลายความทุกข์ยากเดือดร้อนและส่งความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยด้วยความรวดเร็ว เพราะคำนึงเสมอว่าความเดือดร้อนของประชาชนคือภารกิจอันสำคัญยิ่งของกองทัพ โดยจะยังคงบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย